เทคนิคการเรียน การเรียนรู้โดยการลงมือทำ

การเรียนรู้ที่เป็นธรรมชาติและมีประสิทธิภาพมากที่สุดคือการเรียนรู้จากประสบการณ์ หรือหากพูดให้ชัดคือ การเรียนรู้โดยการลงมือทำ หรือ experiential learning

เมื่อเราอายุ 1 ขวบ เราต่างต้องเคยผ่านประสบการณ์การเรียนรู้อันเจ็บปวด จากการหัดเดิน หกล้ม และร้องไห้ เหมือนกับ….เด็กน้อย และแม้ว่าการฝึกนานนับหลายเดือนนี้จะไม่ค่อยสนุกและน่าเหนื่อยใจ แต่สุดท้ายเราก็ผ่านมันมาได้ เราทำได้อย่างไร?

เมื่อเราล้มลงและหายตกใจแล้ว สมองของเราจะเริ่มประมวลข้อมูลทั้งหมดที่มีเพื่อหาคำตอบว่าความน่าอับอายนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร มันจดจำว่าเมื่อเราลุกขึ้นยืน ทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ เท้าติดพื้น แขนอยู่ข้างลำตัว ศีรษะและไหล่ตั้งตรง พร้อมลุยต่อ!

เมื่อกล้ามเนื้อขาส่วนบนดึงเท้าซ้ายไปด้านหน้า 12.3% ในมุม 23 องศา แขนของเราไม่ได้ขยับตามการเคลื่อนไหวอย่างที่ควรจะเป็น และหูชั้นใน ซึ่งมีหน้าที่ช่วยทรงตัว เกิดสับสนชั่วขณะ ในจังหวะที่มีแมววิ่งผ่านหน้าไปพอดี สายตาของเราจึงส่งสัญญาณเตือนไปยังฮิปโปแคมปัสในสมอง เป็นเหตุให้เราหกล้ม โอ๊ย!

การวิเคราะห์เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับตัวเราและสิ่งแวดล้อมรอบข้างทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสมองโดยที่เราไม่รู้ตัว มันเกิดขึ้นขณะที่เราหัดเดิน หัดพูด หัดจูบ ทำงาน หรือหัดเต้นรำ เมื่อเราเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่เราทำพลาดไป เราก็จะรู้ว่าเราจะต้องปรับเปลี่ยนในครั้งต่อไป จากนั้นเราก็ลองทำอีกครั้ง

เรายังสามารถใช้การเรียนรู้โดยการลงมือทำในการฝึกทักษะใหม่ ๆ หรือหัดทำอะไรบางอย่างที่เราชอบอยู่แล้วให้เก่งยิ่งขึ้น โดยกระบวนการเรียนรู้มีขั้นตอนดังนี้:

  1. พาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้น ๆ
  2. ไตร่ตรองว่าเกิดอะไรขึ้น
  3. พยายามทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น ถ้าทำแบบ A จะได้ผลแบบ B
  4. ตัดสินใจว่าจะลองทำอะไรที่แตกต่างออกไปในครั้งหน้า

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณหัดขี่จักรยาน นี่คือสิ่งที่อาจเกิดขึ้น

  1. คุณนั่งบนจักรยาน และพยายามถีบมัน แต่คุณกลัวว่ามันจะไปเร็วเกินไป คุณจึงปั่นมันช้าเกินไปจนไม่สามารถทรงตัวได้
  2. คุณจำได้ว่าก่อนหน้านั้นคุณล้มตอนที่คุณปั่นช้าเกินไป
  3. คุณจึงได้ข้อสรุปที่อันตรายนิด ๆ ว่า: ความเร็วเท่ากับความมั่นคง
  4. คุณจึงตัดสินใจว่าคุณจะพยายามปั่นให้เร็วขึ้นครั้งต่อไป

มาลองกันใหม่อีกครั้ง:

  1. ครั้งนี้คุณขี่เร็วขึ้น อันที่จริง คุณขี่เร็วเกินไปจนไปชนเข้ากับแผงขายผลไม้ข้างทาง
  2. คุณเจ็บหัว และเริ่มเข้าใจว่าการขี่เร็วแบบนั้นอันตราย
  3. คุณได้ข้อสรุปใหม่ว่า: ความเร็วเท่ากับอันตราย และความอันตรายหมายถึงคุณต้องมีเครื่องป้องกัน
  4. คุณจึงตัดสินใจว่าคุณจะใส่หมวกกันน็อกในครั้งต่อไป

เชื่อกันว่าการเรียนรู้โดยการลงมือทำคือสาเหตุที่ทำให้นักดนตรีส่วนใหญ่ทำข้อสอบได้ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นข้อสอบอะไรก็ตาม เพราะคนที่เล่นเครื่องดนตรีไม่เพียงแต่ได้ฝึกสมองทั้งด้านการเคลื่อนไหว สายตา และการฟังเท่านั้น แต่พวกเขายังได้ฝึกการไตร่ตรองถึงสิ่งที่พวกเขาทำไปก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นเสียงแปร่ง ๆ ของไวโอลินที่พวกเขาได้ยิน ขณะที่พวกเขาเล่นดนตรี พวกเขาไม่เพียงแต่ฝึกสร้างเสียงดนตรีเท่านั้น แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นผ่านกระบวนการฝึกฝน ไตร่ตรอง ทำความเข้าใจ และกลับไปทำซ้ำแล้วซ้ำอีก

คุณสามารถใช้วิธีนี้กับเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานของคุณ บริษัทใหม่ ๆ ในซิลิคอนวัลเล่ย์ก็ใช้วิธีนี้เช่นกัน โดยไล่นักพัฒนาของพวกเขาออกไปจากออฟฟิศเพื่อให้ไปพบลูกค้า จากนั้นพวกเขาจะกลับมานั่งถกและวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้มาและตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อไป

ถ้าคุณกำลังเรียนรู้อะไรบางอย่างด้วยตนเอง และไม่มีข้อมูลอื่น ๆ มาช่วย คุณควรลองออกไปพบปะผู้คนเพื่อขอความเห็นจากพวกเขา เช่น นักเรียนอาจขอความเห็นจากเพื่อนหรืออาจารย์ เจ้าของธุรกิจอาจไปหาที่ปรึกษา หรือนักข่าวอาจลองดูความคิดเห็นของผู้อ่านจากบล๊อก